บทนำ
Modern Portfolio Theory (MPT) หรือทฤษฎีพอร์ตการลงทุนสมัยใหม่ ที่ถูกพัฒนาโดย Harry Markowitz ในปี ค.ศ. 1952 ถือเป็นหนึ่งในทฤษฎีการลงทุนที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การเงิน จนทำให้ Markowitz ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี ค.ศ. 1990 ทฤษฎีนี้ได้ปฏิวัติวิธีคิดเกี่ยวกับการลงทุนจากการมองเพียงผลตอบแทนของสินทรัพย์แต่ละตัว มาเป็นการมองความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ต่างๆ ในพอร์ตการลงทุน
ทฤษฎีพื้นฐานของ MPT
หลักการสำคัญ
1. ความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน
- นักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่สูงสุดภายใต้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- หรือต้องการความเสี่ยงที่ต่ำสุดภายใต้ผลตอบแทนที่ต้องการ
2. การกระจายความเสี่ยง (Diversification)
- การลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภทที่มีความสัมพันธ์ต่ำหรือติดลบกัน จะช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ต
- ความเสี่ยงของพอร์ตไม่ใช่แค่ผลรวมของความเสี่ยงแต่ละสินทรัพย์ แต่ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ด้วย
3. Efficient Frontier (เส้นพรมแดนประสิทธิภาพ)
- คือเซตของพอร์ตการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในทุกระดับความเสี่ยง
- พอร์ตที่อยู่บนเส้น Efficient Frontier ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงสุด
4. การวัดความเสี่ยงด้วยความผันผวน (Volatility)
- ใช้ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เป็นตัวแทนความเสี่ยง
- สะท้อนการกระจายตัวของผลตอบแทนรอบค่าเฉลี่ย
ผลการทดสอบ (2015-2025)
MPT Portfolio
Global Market Portfolio
ข้อสรุปสำคัญ
✅ MPT ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 2 เท่า
CAGR ของ MPT Portfolio (11.64%) สูงกว่า Global Market Portfolio (4.57%) อย่างมีนัยสำคัญ
✅ ประสิทธิภาพต่อความเสี่ยงที่ดีกว่า
Sharpe Ratio ของ MPT (0.59) สูงกว่า GMP (0.10) ถึง 5.9 เท่า แสดงว่าได้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ดีกว่ามาก
✅ ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว
จาก 3-Year Rolling Return พบว่า MPT Portfolio ให้ผลตอบแทนเป็นบวกตลอดและแทบไม่เคยแพ้ GMP
✅ ยังคงประสิทธิภาพหลัง 70 ปี
แม้จะถูกพัฒนามาตั้งแต่ปี 1952 แต่ MPT ยังคงพิสูจน์ประสิทธิภาพได้ในยุคสมัยปัจจุบัน
"If principles can become dated, they're not principles."
— Warren Buffett
ข้อเสนอแนะสำหรับนักลงทุน
- เริ่มต้นด้วยการศึกษาพื้นฐาน - ทำความเข้าใจหลักการ MPT และตัวชี้วัดต่างๆ
- กำหนดเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ - ก่อนสร้างพอร์ต
- เลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสม - ตามความเข้าใจและความสะดวกในการลงทุน
- ปรับสมดุลอย่างสม่ำเสมอ - อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- ใช้เวลาเป็นพันธมิตร - อดทน ไม่หวั่นไหวต่อความผันผวนระยะสั้น
- ติดตามและประเมินผล - เปรียบเทียบกับ Benchmark อย่างสม่ำเสมอ
บทสรุป: Modern Portfolio Theory ของ Harry Markowitz ไม่เพียงแต่เป็นทฤษฎีที่ได้รับรางวัลโนเบล แต่ยังเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพจริงในการจัดการพอร์ตการลงทุน การทดสอบย้อนหลัง 10 ปีพิสูจน์ให้เห็นว่า หลักการพื้นฐานที่ดียังคงยั่งยืนไม่ว่าจะผ่านยุคสมัยใดก็ตาม สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวอย่างมีระบบและมีวินัย MPT ยังคงเป็นแนวทางที่น่าสนใจและคุ้มค่าแก่การศึกษาและนำไปปรับใช้
ที่มา: การวิเคราะห์และทดสอบโดย SiamQuant