Financial Information & Analysis

SESSION 6

📋 ภาพรวม Session 6

🎯 สิ่งที่จะได้เรียนรู้ใน Session นี้

  1. การอ่านงบการเงิน 3 งบ - งบดุล, งบกำไรขาดทุน, งบกระแสเงินสด
  2. Horizontal Analysis - Trend Analysis (YoY, MoM)
  3. Vertical Analysis - Common Size Analysis
  4. Comparative Analysis - เทียบกับคู่แข่ง/อุตสาหกรรม
  5. Red Flags Detection - สัญญาณเตือนภัย 15 ข้อ
  6. Case Study - วิเคราะห์งบการเงินจริง
SME ที่อ่านงบการเงินประจำ
35%
⚠️ น้อยเกินไป
ผู้ประกอบการที่เข้าใจงบการเงิน
45%
📊 ครึ่งหนึ่ง
Red Flags ที่มักถูกมองข้าม
60%
🚨 ไม่ตรวจสอบ
บริษัทที่ล้มละลายมี Red Flags
85%
⚠️ ล่วงหน้า 1-2 ปี

📖 การอ่านงบการเงิน 3 งบ

💡 ทำไมต้องอ่านงบการเงิน?

🎯 ประโยชน์ของการอ่านงบการเงิน

  • เข้าใจสุขภาพธุรกิจ - รู้ว่าธุรกิจอยู่ในสภาพดีหรือแย่
  • ตัดสินใจได้ดีขึ้น - มีข้อมูลรองรับการตัดสินใจ
  • หา Red Flags - เห็นสัญญาณเตือนภัยก่อนเกิดวิกฤต
  • เจรจากับธนาคาร - แสดงความน่าเชื่อถือ
  • วางแผนอนาคต - ใช้ข้อมูลในการวางแผน

📊 งบการเงิน 3 งบหลัก

1️⃣ งบดุล (Balance Sheet)

แสดง: สินทรัพย์, หนี้สิน, ทุน ณ วันสิ้นงวด

สูตรพื้นฐาน:

Assets = Liabilities + Equity สินทรัพย์ = หนี้สิน + ทุน

📋 โครงสร้างงบดุล

งบดุล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2024
💰 ASSETS (สินทรัพย์)
Current Assets (สินทรัพย์หมุนเวียน):
- เงินสดและเงินฝากธนาคาร 5,000,000
- ลูกหนี้การค้า 15,000,000
- สินค้าคงเหลือ 2,000,000
Total Current Assets 22,000,000
Non-Current Assets (สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน):
- ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ (net) 50,000,000
TOTAL ASSETS 72,000,000
💳 LIABILITIES (หนี้สิน)
Current Liabilities (หนี้สินหมุนเวียน):
- เจ้าหนี้การค้า 8,000,000
- เงินกู้ระยะสั้น 3,000,000
Total Current Liabilities 11,000,000
Non-Current Liabilities:
- เงินกู้ระยะยาว 30,000,000
TOTAL LIABILITIES 41,000,000
💼 EQUITY (ทุน)
- ทุนจดทะเบียน 20,000,000
- กำไรสะสม 11,000,000
TOTAL EQUITY 31,000,000
TOTAL LIABILITIES + EQUITY 72,000,000

💡 จุดสังเกตในงบดุล

  • Current Ratio: 22M / 11M = 2.0 ✅ ดี
  • D/E Ratio: 41M / 31M = 1.32 ✅ พอดี
  • ลูกหนี้สูง: 15M → ต้องเร่งเก็บเงิน
  • สินทรัพย์ถาวรสูง: 50M (69%) → ธุรกิจขนส่ง (รถมูลค่าสูง)

2️⃣ งบกำไรขาดทุน (Income Statement)

แสดง: รายได้, ค่าใช้จ่าย, กำไร/ขาดทุน ในช่วงเวลาหนึ่ง

งบกำไรขาดทุน สำหรับปีสิ้นสุด 31 ธ.ค. 2024
รายได้จากการขาย 100,000,000
ต้นทุนขาย (COGS) (75,000,000)
กำไรขั้นต้น (Gross Profit) 25,000,000
Gross Margin: 25%
ค่าใช้จ่ายในการขาย (5,000,000)
ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (10,000,000)
กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) 10,000,000
Operating Margin: 10%
ค่าใช้จ่ายทางการเงิน (ดอกเบี้ย) (2,400,000)
กำไรก่อนภาษี (EBT) 7,600,000
ภาษีเงินได้นิติบุคคล (20%) (1,520,000)
กำไรสุทธิ (Net Profit) 6,080,000
Net Margin: 6.08%

💡 จุดสังเกตในงบกำไรขาดทุน

  • Gross Margin 25%: ✅ ดี (ธุรกิจขนส่งควรอยู่ 20-25%)
  • Operating Margin 10%: ✅ ดี (เกณฑ์ 8-12%)
  • Net Margin 6.08%: ✅ ดี (เกณฑ์ 5-8%)
  • Interest 2.4M: ภาระดอกเบี้ยปานกลาง
  • Interest Coverage: 10M / 2.4M = 4.17× ✅ ดีมาก

3️⃣ งบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement)

แสดง: เงินเข้า-เงินออก จริงๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง

งบกระแสเงินสด สำหรับปีสิ้นสุด 31 ธ.ค. 2024
💼 OPERATING ACTIVITIES
กำไรสุทธิ 6,080,000
ปรับปรุง: ค่าเสื่อมราคา 5,000,000
เพิ่มขึ้นของลูกหนี้ (3,000,000)
เพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ (500,000)
เพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้ 1,000,000
Net Cash from Operating 8,580,000
🏭 INVESTING ACTIVITIES
ซื้อรถและอุปกรณ์ (8,000,000)
Net Cash from Investing (8,000,000)
💰 FINANCING ACTIVITIES
เพิ่มทุน 2,000,000
กู้เงินระยะยาว 5,000,000
จ่ายคืนเงินกู้ (4,000,000)
จ่ายเงินปันผล (2,000,000)
Net Cash from Financing 1,000,000
Net Increase in Cash 1,580,000
เงินสดต้นงวด 3,420,000
เงินสดปลายงวด 5,000,000

✅ จุดสังเกตในงบกระแสเงินสด

  • Operating CF เป็นบวก: 8.58M ✅ ธุรกิจสร้างเงินสดได้
  • OCF > Net Profit: 8.58M > 6.08M ✅ คุณภาพกำไรดี
  • Investing CF ติดลบ: -8M (ซื้อรถ) → ขยายธุรกิจ
  • Financing CF บวก: +1M → ใช้เงินกู้มาขยายธุรกิจ
  • Net CF บวก: +1.58M → สุขภาพดี

📈 Horizontal Analysis: Trend Analysis

💡 Horizontal Analysis คืออะไร?

Horizontal Analysis คือการเปรียบเทียบตัวเลขในงบการเงินระหว่างงวด เพื่อดู Trend ว่าเพิ่มขึ้น/ลดลง กี่เปอร์เซ็นต์

% Change = (Current Year - Previous Year) / Previous Year × 100%

📊 ตัวอย่าง: Trend Analysis 3 ปี

รายการ 2022 2023 2024 Change 23-24 CAGR
📊 INCOME STATEMENT
Revenue 80,000,000 90,000,000 100,000,000 +11.1% +11.8%
COGS (62,000,000) (68,000,000) (75,000,000) +10.3% +10.0%
Gross Profit 18,000,000 22,000,000 25,000,000 +13.6% +17.8%
Gross Margin % 22.5% 24.4% 25.0% +0.6pp
Net Profit 3,200,000 4,800,000 6,080,000 +26.7% +37.9%
Net Margin % 4.0% 5.3% 6.1% +0.8pp
💰 BALANCE SHEET
Total Assets 60,000,000 65,000,000 72,000,000 +10.8% +9.5%
Total Liabilities 38,000,000 39,000,000 41,000,000 +5.1% +3.9%
Equity 22,000,000 26,000,000 31,000,000 +19.2% +18.7%
📊 KEY RATIOS
ROE 14.5% 18.5% 19.6% +1.1pp
D/E Ratio 1.73 1.50 1.32 -0.18

✅ สิ่งที่เห็นจาก Trend Analysis

  • Revenue เติบโต: +11.8% CAGR → เติบโตดี
  • Gross Margin ดีขึ้น: 22.5% → 25.0% → ควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น
  • Net Margin ดีขึ้น: 4.0% → 6.1% → ประสิทธิภาพดีขึ้น
  • Net Profit เติบโตเร็วกว่า Revenue: 37.9% vs 11.8% → Operating Leverage
  • D/E ลดลง: 1.73 → 1.32 → โครงสร้างเงินทุนดีขึ้น
  • ROE เพิ่มขึ้น: 14.5% → 19.6% → ผลตอบแทนเจ้าของดีขึ้น

⚠️ สิ่งที่ต้องระวัง

  • COGS เติบโตเร็วกว่า Revenue: ถ้าต้นทุนเพิ่มเร็วกว่ารายได้ → Margin จะลด
  • Assets เติบโตเร็วกว่า Revenue: → Asset Turnover ลดลง
  • Debt เพิ่มขึ้นเร็วมาก: → ความเสี่ยงเพิ่ม

📊 Vertical Analysis: Common Size Analysis

💡 Vertical Analysis คืออะไร?

Vertical Analysis คือการแปลงตัวเลขในงบการเงินเป็น % ของตัวเลขฐาน (Base) เช่น % ของ Revenue หรือ % ของ Total Assets

📊 ตัวอย่าง: Common Size Income Statement

รายการ 2024 (บาท) % of Revenue 2023 (บาท) % of Revenue Change (pp)
Revenue 100,000,000 100.0% 90,000,000 100.0% -
COGS (75,000,000) 75.0% (68,000,000) 75.6% -0.6pp
Gross Profit 25,000,000 25.0% 22,000,000 24.4% +0.6pp
Selling Expenses (5,000,000) 5.0% (4,500,000) 5.0% 0.0pp
Admin Expenses (10,000,000) 10.0% (9,500,000) 10.6% -0.6pp
Operating Profit 10,000,000 10.0% 8,000,000 8.9% +1.1pp
Interest (2,400,000) 2.4% (2,200,000) 2.4% 0.0pp
Tax (1,520,000) 1.5% (1,000,000) 1.1% +0.4pp
Net Profit 6,080,000 6.1% 4,800,000 5.3% +0.8pp

✅ สิ่งที่เห็นจาก Common Size Analysis

  • COGS ลดลง: 75.6% → 75.0% (-0.6pp) → ควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น
  • Gross Margin เพิ่ม: 24.4% → 25.0% (+0.6pp) ✅
  • Admin Expenses ลดลง: 10.6% → 10.0% (-0.6pp) → มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Operating Margin เพิ่ม: 8.9% → 10.0% (+1.1pp) ✅ ดีมาก
  • Net Margin เพิ่ม: 5.3% → 6.1% (+0.8pp) ✅

📊 Common Size Balance Sheet

รายการ 2024 (บาท) % of Assets 2023 (บาท) % of Assets
Cash 5,000,000 6.9% 3,500,000 5.4%
Accounts Receivable 15,000,000 20.8% 12,000,000 18.5%
Fixed Assets 50,000,000 69.4% 48,000,000 73.8%
Total Assets 72,000,000 100.0% 65,000,000 100.0%

💡 สังเกต

  • Fixed Assets 69.4%: ธุรกิจขนส่งต้องลงทุนในรถสูง → ปกติ
  • AR เพิ่มขึ้น: 18.5% → 20.8% → ต้องระวัง อาจเก็บเงินช้าลง
  • Cash เพิ่มขึ้น: 5.4% → 6.9% → สภาพคล่องดีขึ้น

🚨 Red Flags: สัญญาณเตือนภัย 15 ข้อ

💡 Red Flags คืออะไร?

Red Flags คือสัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกว่าธุรกิจอาจมีปัญหาหรือกำลังจะมีปัญหา ถ้าเห็น Red Flags ควรตรวจสอบทันที

⚠️ สถิติที่น่ากลัว

85% ของบริษัทที่ล้มละลาย มี Red Flags อย่างน้อย 3 ข้อ ก่อนล้มละลาย 1-2 ปี

แต่ 60% ของผู้ประกอบการ ไม่ได้ตรวจสอบ Red Flags เลย

🚨 15 Red Flags ที่ต้องระวัง

🔴 1. Cash Flow ติดลบต่อเนื่อง

อาการ: Operating Cash Flow ติดลบ 2-3 ไตรมาสติดต่อกัน

ความหมาย: ธุรกิจเบิร์นเงิน ไม่สามารถสร้างเงินสดจากการดำเนินงานได้

วิธีแก้:

  • ลดต้นทุน (COGS, OpEx)
  • เร่งเก็บเงินจากลูกหนี้
  • เลื่อนจ่ายเจ้าหนี้ (ถ้าทำได้)
  • หยุดการลงทุนใหม่ชั่วคราว

🔴 2. Revenue ลดลงต่อเนื่อง

อาการ: Revenue ลด 2-3 ไตรมาสติดต่อกัน

ความหมาย: สูญเสียลูกค้า, ตลาดหดตัว, แข่งขันแพ้

วิธีแก้:

  • หาสาเหตุ (Lost customers? Price war?)
  • ปรับกลยุทธ์ขาย
  • หาตลาดใหม่/ลูกค้าใหม่
  • ปรับ Product/Service

🔴 3. Gross Margin ลดลง

อาการ: Gross Margin ลด > 3% points ในปีเดียว

ความหมาย: ต้นทุนเพิ่ม หรือ ขายถูกลง

วิธีแก้:

  • วิเคราะห์ต้นทุน (ราคาน้ำมัน? ค่าแรง?)
  • เจรจาราคากับ Supplier
  • ขึ้นราคา (ถ้าทำได้)
  • ลดของเสีย/สูญเสีย

🔴 4. DSO เพิ่มขึ้นมาก

อาการ: DSO เพิ่มจาก 60 → 90+ วัน

ความหมาย: ลูกค้าจ่ายช้า, คุณภาพลูกหนี้แย่ลง

วิธีแก้:

  • เร่งติดตามหนี้
  • Early Payment Discount
  • ใช้ Factoring
  • ตัดลูกหนี้เก่าที่เก็บไม่ได้

🔴 5. Current Ratio < 1.0

อาการ: Current Assets < Current Liabilities

ความหมาย: ไม่มีเงินจ่ายหนี้ระยะสั้น → ล้มละลายได้

วิธีแก้ (ฉุกเฉิน):

  • หาเงินกู้เพิ่มทันที
  • ใส่ทุนเพิ่ม
  • ขายสินทรัพย์
  • เจรจาเลื่อนจ่ายหนี้

🔴 6. D/E Ratio สูงเกินไป (> 3.0)

อาการ: หนี้สูงกว่าทุน 3 เท่า

ความหมาย: ความเสี่ยงสูงมาก ภาระดอกเบี้ยหนัก

วิธีแก้:

  • Refinance (ลดดอกเบี้ย)
  • Debt-to-Equity Swap
  • ใส่ทุนเพิ่ม
  • ขายสินทรัพย์ชำระหนี้

🔴 7. Interest Coverage < 1.5

อาการ: EBIT / Interest < 1.5×

ความหมาย: กำไรแทบจะไม่พอจ่ายดอกเบี้ย

วิธีแก้:

  • เพิ่มกำไร (ขึ้นราคา/ลดต้นทุน)
  • Refinance (ลดดอกเบี้ย)
  • ชำระหนี้บางส่วน

🔴 8. OCF < Net Profit

อาการ: Operating Cash Flow ต่ำกว่ากำไรสุทธิ

ความหมาย: คุณภาพกำไรต่ำ, เงินติดในลูกหนี้/สต๊อก

วิธีแก้:

  • เก็บเงินจากลูกหนี้ให้เร็ว
  • ลดสินค้าคงคลัง
  • ตรวจสอบการรับรู้รายได้

🔴 9. Net Profit เติบโตเร็วผิดปกติ (> 50%/ปี)

อาการ: กำไรพุ่งขึ้นมากผิดปกติทีเดียว

ความหมาย: อาจมี Accounting Fraud, One-time gain

ต้องตรวจสอบ:

  • Revenue รับรู้ถูกต้องไหม?
  • มี One-time item ไหม?
  • ตัดค่าใช้จ่ายน้อยเกินไปไหม?

🔴 10. เปลี่ยนนโยบายบัญชีบ่อย

อาการ: เปลี่ยนวิธีคำนวณค่าเสื่อม, รับรู้รายได้ บ่อยๆ

ความหมาย: อาจปั้นกำไร

ต้องระวัง: Accounting Manipulation

🔴 11. Auditor ลาออก/เปลี่ยนบ่อย

อาการ: เปลี่ยนผู้สอบบัญชีทุก 1-2 ปี

ความหมาย: อาจมีข้อขัดแย้งเรื่องบัญชี

ต้องสอบถาม: เหตุผลที่เปลี่ยน

🔴 12. ค้างส่งงบการเงิน

อาการ: ส่งงบการเงินช้าเกิน 3 เดือนหลังปิดงบ

ความหมาย: อาจมีปัญหาบัญชี หรือ ปกปิดอะไรบางอย่าง

🔴 13. ผู้บริหารขายหุ้นจำนวนมาก

อาการ: CEO, CFO ขายหุ้นตัวเองเยอะ

ความหมาย: พวกเขารู้อะไรบางอย่างที่เราไม่รู้

🔴 14. มี Related Party Transactions มาก

อาการ: ซื้อ-ขายกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกันเยอะ

ความหมาย: อาจโอนกำไร/ขาดทุนระหว่างบริษัท

🔴 15. แก้งบการเงินย้อนหลัง (Restatement)

อาการ: ออก Restatement แก้งบปีก่อนหลายครั้ง

ความหมาย: ระบบบัญชีไม่น่าเชื่อถือ

⚠️ ถ้าเจอ Red Flags กี่ข้อ?

  • 0-1 ข้อ: ✅ ปกติ
  • 2-3 ข้อ: ⚠️ ควรตรวจสอบ
  • 4-5 ข้อ: 🚨 มีปัญหา ต้องแก้ไขด่วน
  • > 5 ข้อ: 🆘 วิกฤต! อาจล้มละลาย

🧮 เครื่องคำนวณ: Financial Health Checker

💡 ตรวจสุขภาพทางการเงินของธุรกิจ

ใส่ข้อมูลเพื่อตรวจสอบ Red Flags และประเมินสุขภาพธุรกิจ

📊 Current Year Data

📊 Previous Year Data (สำหรับเปรียบเทียบ)

✅ สิ่งที่ต้องทำหลังจาก Session 6

🎯 การบ้าน (ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง)

  1. ทำ Horizontal Analysis
    • เปรียบเทียบงบการเงิน 2-3 ปีย้อนหลัง
    • คำนวณ % Change ทุกรายการสำคัญ
    • หา Trend ที่น่าสนใจ
  2. ทำ Vertical Analysis
    • แปลง Income Statement เป็น % of Revenue
    • แปลง Balance Sheet เป็น % of Assets
    • เปรียบเทียบกับปีก่อน
  3. ตรวจสอบ Red Flags
    • ดูว่าธุรกิจมี Red Flags กี่ข้อ
    • ถ้ามี → วางแผนแก้ไขทันที
    • Monitor ต่อเนื่องทุกไตรมาส
  4. ใช้ Financial Health Checker
    • ใส่ข้อมูลจริงของธุรกิจ
    • ดูคะแนนสุขภาพ
    • ทำตาม Recommendation
  5. สร้างนิสัยอ่านงบการเงิน
    • อ่านงบการเงินอย่างน้อยเดือนละครั้ง
    • ตรวจสอบ Key Ratios
    • หา Trend และ Anomaly

📚 แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

  • หนังสือ: "Financial Statements" by Thomas Ittelson
  • หนังสือ: "How to Read a Financial Report" by John A. Tracy
  • Course: "Understanding Financial Statements" - Coursera
  • Tool: Excel Financial Statement Analysis Template

📝 สรุป Session 6

🎯 สิ่งที่เรียนรู้

  • การอ่านงบการเงิน 3 งบ
  • Horizontal Analysis (Trend)
  • Vertical Analysis (Common Size)
  • Comparative Analysis
  • Red Flags Detection (15 ข้อ)
  • Financial Health Check

🔜 Session ถัดไป

Session 7: Conclusion & Next Steps

  • สรุปทั้ง 7 Sessions
  • Action Plan 90 วัน
  • Resources & Tools
  • Next Level Learning
  • Q&A

💡 Key Takeaway

"Numbers tell stories - you just need to learn how to listen"

งบการเงินบอกเล่าเรื่องราวของธุรกิจ
Trend Analysis + Red Flags = ระบบเตือนภัยล่วงหน้า
อ่านงบการเงินเป็นประจำ = ป้องกันวิกฤต