Cash Flow Budget & Forecasting

SESSION 5

📋 ภาพรวม Session 5

🎯 สิ่งที่จะได้เรียนรู้ใน Session นี้

  1. Cash Flow Budget Basics - พื้นฐานการทำงบ Cash Flow
  2. Rolling 12-Month Forecast - การพยากรณ์แบบหมุนเวียน
  3. Model 1: Online Sales - ธุรกิจขายออนไลน์ (E-commerce)
  4. Model 2: Offline B2B - ธุรกิจ B2B แบบดั้งเดิม (ขนส่ง)
  5. Sensitivity Analysis - วิเคราะห์ความไวต่อการเปลี่ยนแปลง
  6. Scenario Planning - วางแผนหลายสถานการณ์
SME ที่ทำ Cash Flow Forecast
30%
⚠️ ส่วนใหญ่ไม่ทำ
ความแม่นยำของ Forecast เฉลี่ย
±15%
📊 Variance
เวลาเฉลี่ยในการทำ Forecast
2-4 ชม.
⏱️ ต่อเดือน
ธุรกิจที่ Update Forecast สม่ำเสมอ
45%
📈 กำลังเพิ่มขึ้น

📚 Cash Flow Budget Basics

💡 Cash Flow Budget คืออะไร?

Cash Flow Budget คือเอกสารที่แสดงประมาณการเงินเข้า-เงินออก ในอนาคต (โดยทั่วไป 6-12 เดือน) เพื่อให้รู้ล่วงหน้าว่าจะมีเงินเพียงพอหรือไม่

✅ ประโยชน์ของ Cash Flow Budget

  • ป้องกันวิกฤต - รู้ล่วงหน้าว่าเดือนไหนจะขาดเงิน
  • วางแผนการกู้ - ขอสินเชื่อตั้งแต่เนิ่นๆ
  • ใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ - รู้ว่าเดือนไหนมีเงินเหลือ
  • ตัดสินใจลงทุน - มีข้อมูลรองรับการตัดสินใจ
  • เจรจากับธนาคาร - แสดงความน่าเชื่อถือ

⚠️ สิ่งที่ต้องระวัง

  • Garbage In, Garbage Out - ถ้าข้อมูลผิด ผลลัพธ์ก็ผิด
  • Over-optimistic - อย่าคาดการณ์ดีเกินจริง
  • Under-estimate Expenses - มักประมาณค่าใช้จ่ายต่ำเกินไป
  • Ignore Seasonality - ลืมคิดช่วงเทศกาล
  • ไม่ Update - ทำครั้งเดียวแล้วทิ้ง

📊 โครงสร้างของ Cash Flow Budget

3 ส่วนหลัก

  1. Operating Activities (กิจกรรมดำเนินงาน)
    • Cash In: รายได้จากลูกค้า
    • Cash Out: เงินเดือน, เชื้อเพลิง, ค่าซ่อม, ค่าเช่า, ฯลฯ
  2. Investing Activities (กิจกรรมลงทุน)
    • ซื้อรถใหม่, อุปกรณ์
    • ขายสินทรัพย์เก่า
  3. Financing Activities (กิจกรรมจัดหาเงินทุน)
    • กู้เงินเพิ่ม / ใส่ทุน
    • จ่ายคืนเงินกู้ / จ่ายเงินปันผล

🔄 Rolling 12-Month Forecast

Rolling Forecast คือการทำ Forecast ที่ "หมุนเวียน" คือทุกเดือนจะ Drop เดือนที่ผ่านไปแล้ว และเพิ่มเดือนใหม่ 1 เดือนเข้าไป เพื่อให้มองเห็นอนาคต 12 เดือนตลอดเวลา

📅 ตัวอย่าง Rolling Forecast

มกราคม 2024: Forecast ม.ค. 2024 - ธ.ค. 2024

กุมภาพันธ์ 2024: Forecast ก.พ. 2024 - ม.ค. 2025

มีนาคม 2024: Forecast มี.ค. 2024 - ก.พ. 2025

...และต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

ข้อดี:

  • มองเห็นอนาคตตลอดเวลา (Always 12 months ahead)
  • ปรับ Forecast ตามความเป็นจริง
  • เรียนรู้จากความผิดพลาด

🛒 Model 1: Online Sales (E-commerce)

📦 ลักษณะธุรกิจ Online Sales

  • Revenue Model: ขายสินค้าออนไลน์ ผ่าน Website / Marketplace
  • Payment: ได้เงินเร็ว (1-7 วัน หลังขาย)
  • Inventory: ต้องซื้อสินค้าล่วงหน้า
  • Seasonality: มีช่วง Peak (เช่น 11.11, 12.12)
  • Working Capital: ต้องมีเงินซื้อสต๊อก

📊 ตัวอย่าง Cash Flow Budget (6 เดือน)

รายการ ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย.
💰 CASH INFLOW
ยอดขาย (Revenue) 1,500,000 1,200,000 1,800,000 1,600,000 2,000,000 2,200,000
เงินสด (รับภายใน 7 วัน) 1,500,000 1,200,000 1,800,000 1,600,000 2,000,000 2,200,000
💸 CASH OUTFLOW
Operating Expenses:
ซื้อสินค้า (COGS 60%) (900,000) (720,000) (1,080,000) (960,000) (1,200,000) (1,320,000)
ค่าขนส่ง (5%) (75,000) (60,000) (90,000) (80,000) (100,000) (110,000)
ค่าโฆษณา (150,000) (150,000) (200,000) (150,000) (250,000) (250,000)
เงินเดือน (100,000) (100,000) (100,000) (100,000) (100,000) (100,000)
ค่าเช่า + Utilities (50,000) (50,000) (50,000) (50,000) (50,000) (50,000)
อื่นๆ (25,000) (25,000) (30,000) (25,000) (30,000) (35,000)
Net Operating Cash Flow 200,000 95,000 250,000 235,000 270,000 335,000
🏭 INVESTING ACTIVITIES
ซื้ออุปกรณ์ IT (100,000) - - - (50,000) -
Net Cash Flow 100,000 95,000 250,000 235,000 220,000 335,000
Cash Balance (Cumulative) 100,000 195,000 445,000 680,000 900,000 1,235,000

✅ สังเกตจาก Model นี้

  • Cash Flow เป็นบวกทุกเดือน - ธุรกิจ E-commerce ได้เงินเร็ว
  • COGS สูง (60%) - ต้องซื้อสินค้าล่วงหน้า
  • Marketing Cost สูง - ต้องโฆษณาตลอด
  • ช่วง Peak - พ.ค.-มิ.ย. ยอดขายสูงขึ้น
  • Cash สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ - สามารถขยายธุรกิจได้

🚛 Model 2: Offline B2B (ธุรกิจขนส่ง)

🚚 ลักษณะธุรกิจ B2B (ขนส่ง)

  • Revenue Model: รับจ้างขนส่งสินค้าให้ลูกค้าองค์กร
  • Payment Terms: 30-90 วัน (ช้า!)
  • Large Contracts: มีสัญญาระยะยาว
  • Fixed Assets: ลงทุนในรถมูลค่าสูง
  • Working Capital: ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนสูง

📊 ตัวอย่าง Cash Flow Budget (6 เดือน)

รายการ ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย.
💰 CASH INFLOW
ยอดขาย (Revenue) - Accrual 8,500,000 8,300,000 9,000,000 8,800,000 9,200,000 9,500,000
เก็บเงินจากลูกหนี้ (60 วัน) 6,500,000 7,000,000 8,500,000 8,300,000 9,000,000 8,800,000
💸 CASH OUTFLOW
Operating Expenses:
เชื้อเพลิง (40% ของรายได้) (3,400,000) (3,320,000) (3,600,000) (3,520,000) (3,680,000) (3,800,000)
เงินเดือนคนขับ+พนักงาน (1,200,000) (1,200,000) (1,200,000) (1,200,000) (1,200,000) (1,200,000)
ค่าซ่อมบำรุง (300,000) (250,000) (400,000) (300,000) (350,000) (300,000)
ค่าเช่าสำนักงาน (200,000) (200,000) (200,000) (200,000) (200,000) (200,000)
ผ่อนรถ (Principal + Interest) (800,000) (800,000) (800,000) (800,000) (800,000) (800,000)
ประกัน + ภาษี (100,000) (50,000) (50,000) (50,000) (50,000) (100,000)
อื่นๆ (150,000) (150,000) (150,000) (150,000) (150,000) (150,000)
Net Operating Cash Flow 350,000 1,030,000 2,100,000 2,080,000 2,570,000 2,250,000
🏭 INVESTING ACTIVITIES
ซื้อรถใหม่ (ดาวน์) - - (3,000,000) - - -
Net Cash Flow 350,000 1,030,000 (900,000) 2,080,000 2,570,000 2,250,000
Cash Balance (Cumulative) 5,350,000 6,380,000 5,480,000 7,560,000 10,130,000 12,380,000

⚠️ สังเกตจาก Model นี้

  • Cash In ≠ Revenue - รายได้ 8.5M แต่ได้เงินแค่ 6.5M (เพราะ Payment 60 วัน)
  • Cash Flow มีความผันผวน - มี.ค. ติดลบเพราะซื้อรถ
  • Working Capital สูง - ต้องมีเงินสำรอง 5-6M
  • Fixed Costs สูง - เงินเดือน + ผ่อนรถ = 2M/เดือน
  • ต้องวางแผนล่วงหน้า - ถ้าไม่วางแผน มี.ค. อาจไม่มีเงิน

✅ วิธีแก้ไขปัญหา

  • เก็บเงินให้เร็วขึ้น - เสนอส่วนลด 2% ถ้าจ่ายภายใน 15 วัน
  • ใช้ Factoring - ขายลูกหนี้ได้เงินทันที
  • เตรียม Credit Line - ขอวงเงินสินเชื่อเผื่อใช้ฉุกเฉิน
  • เลื่อนการลงทุน - ซื้อรถในเดือนที่มี Cash เหลือมาก (เช่น พ.ค.)
  • ใช้ Leasing แทน Buying - จ่ายเป็นรายเดือน ไม่ต้องจ่ายดาวน์ก้อนใหญ่

🧮 เครื่องคำนวณ: Rolling 12-Month Cash Flow Forecast

💡 สร้าง Cash Flow Forecast 12 เดือน

ใส่ข้อมูลรายเดือนเพื่อสร้างงบ Cash Flow Forecast แบบ Rolling

💰 รายได้และการเก็บเงิน

💸 ค่าใช้จ่าย

🏦 สถานะเริ่มต้น

📊 Sensitivity Analysis: วิเคราะห์ความไว

💡 Sensitivity Analysis คืออะไร?

Sensitivity Analysis คือการวิเคราะห์ว่าถ้าตัวแปรสำคัญเปลี่ยนไป ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน

🎯 ตัวแปรสำคัญสำหรับธุรกิจขนส่ง

  1. ราคาน้ำมัน - ขึ้น/ลง 10% → Impact มาก
  2. Payment Terms - เปลี่ยนจาก 60 → 90 วัน → Cash Flow ติดขัด
  3. Utilization Rate - ลดลง 10% → รายได้ลด
  4. ค่าซ่อมบำรุง - รถเก่าขึ้น → ค่าซ่อมเพิ่ม
  5. Revenue Growth - ไม่เติบโตตามแผน

📊 ตัวอย่าง Sensitivity Table

ตัวแปร Base Case Change Impact on Monthly CF
ราคาน้ำมัน 32 บาท/ลิตร +20% -680,000 บาท
ราคาน้ำมัน 32 บาท/ลิตร -20% +680,000 บาท
Payment Terms 60 วัน → 90 วัน -2,800,000 บาท (1 ครั้ง)
Utilization Rate 80% -10% -850,000 บาท
ค่าซ่อมบำรุง 300k/เดือน +50% -150,000 บาท
Revenue Growth +2%/เดือน → 0% -200,000 บาท (เฉลี่ย)

⚠️ สังเกตความไว (Sensitivity)

  • สูงสุด: Payment Terms เปลี่ยน → Impact ใหญ่มาก (-2.8M)
  • สูง: ราคาน้ำมัน → Impact ทุกเดือน
  • ปานกลาง: Utilization Rate, Revenue Growth
  • ต่ำ: ค่าซ่อม (ถ้าควบคุมได้)

✅ วิธีลดความเสี่ยง

  • ราคาน้ำมัน: Fuel Surcharge Clause, Fleet Card, รถประหยัด
  • Payment Terms: Early Payment Discount, Factoring
  • Utilization: หาลูกค้าหลากหลาย, Backhaul Routes
  • ค่าซ่อม: Preventive Maintenance, Extended Warranty

🎭 Scenario Planning: วางแผนหลายสถานการณ์

💡 ทำไมต้องทำ Scenario Planning?

อนาคตไม่แน่นอน การทำแผนเพียงแผนเดียว (Best Guess) มีความเสี่ยงสูง ควรทำหลายสถานการณ์:

📈 Optimistic (ดีกว่าคาด)

สมมติฐาน:

  • Revenue +5%/เดือน
  • ราคาน้ำมันลง 10%
  • ได้สัญญาใหม่ใหญ่

📊 Realistic (ตามคาด)

สมมติฐาน:

  • Revenue +2%/เดือน
  • ราคาน้ำมันคงที่
  • ธุรกิจเติบโตปกติ

📉 Pessimistic (แย่กว่าคาด)

สมมติฐาน:

  • Revenue -5%
  • ราคาน้ำมันขึ้น 20%
  • เสียลูกค้าใหญ่ 1 ราย

📊 เปรียบเทียบ 3 Scenarios (Cash Balance หลัง 6 เดือน)

Scenario Probability Ending Cash (M) Min Cash (M) สถานะ
Optimistic 20% 18.5 8.2 ✅ ดีมาก
Realistic (Base) 60% 12.4 5.5 ✅ ดี
Pessimistic 20% 3.2 0.8 ⚠️ เสี่ยง

⚠️ ข้อสังเกตจาก Scenario Analysis

  • Pessimistic Case: Min Cash เหลือแค่ 800k - เสี่ยงมาก!
  • Realistic Case: Min Cash 5.5M - ปลอดภัย
  • Optimistic Case: Cash สะสมได้เยอะ - สามารถขยายธุรกิจ

✅ แผนรองรับ (Contingency Plan)

ถ้าเข้า Pessimistic Scenario:

  • เตรียม Credit Line - ขอวงเงินสินเชื่อ 5M ไว้ล่วงหน้า
  • ลดต้นทุน - หา Supplier ที่ถูกกว่า, เจรจาส่วนลด
  • เลื่อนการลงทุน - ไม่ซื้อรถใหม่จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
  • เพิ่มประสิทธิภาพ - เพิ่ม Utilization Rate, ลด Empty Miles
  • Factoring - ขายลูกหนี้เพื่อรับเงินเร็วขึ้น

🧮 เครื่องคำนวณ: Scenario Planner

💡 เปรียบเทียบ 3 Scenarios

ใส่สมมติฐานของแต่ละ Scenario เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์

📈 Optimistic Scenario

📊 Realistic Scenario

📉 Pessimistic Scenario

🏦 สถานะเริ่มต้น (เหมือนกันทุก Scenario)

✅ สิ่งที่ต้องทำหลังจาก Session 5

🎯 การบ้าน (ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง)

  1. สร้าง Cash Flow Forecast 12 เดือน
    • ใช้เครื่องคำนวณด้านบนกับข้อมูลจริง
    • ระบุเงินเข้า-เงินออกทุกรายการ
    • คำนึงถึง Payment Terms
  2. ทำ Sensitivity Analysis
    • เลือกตัวแปร 3-5 ตัวที่สำคัญที่สุด
    • คำนวณ Impact ถ้าแต่ละตัวเปลี่ยน ±10%, ±20%
    • หาวิธีลดความเสี่ยง
  3. สร้าง 3 Scenarios
    • Optimistic, Realistic, Pessimistic
    • คำนวณ Cash Balance ของแต่ละ Scenario
    • เตรียม Contingency Plan
  4. ตั้ง Rolling Forecast Process
    • กำหนดให้ทีมอัปเดต Forecast ทุกต้นเดือน
    • เปรียบเทียบ Actual vs Forecast
    • เรียนรู้จากความผิดพลาด
  5. วางแผนรองรับความเสี่ยง
    • เตรียม Credit Line
    • หาแหล่งเงินทุนสำรอง
    • ทำ Agreement กับ Supplier

📚 แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

  • Template: Cash Flow Forecast Template - Excel
  • Tool: LivePlan - Business Planning Software
  • Book: "Cash Flow For Dummies" by John Tracy
  • Course: "Financial Modeling for Startups" - Udemy

📝 สรุป Session 5

🎯 สิ่งที่เรียนรู้

  • Cash Flow Budget Basics
  • Rolling 12-Month Forecast
  • Model 1: Online Sales
  • Model 2: Offline B2B (ขนส่ง)
  • Sensitivity Analysis
  • Scenario Planning (3 scenarios)
  • Contingency Planning

🔜 Session ถัดไป

Session 6: Financial Information & Analysis

  • การอ่านงบการเงิน
  • การวิเคราะห์งบการเงิน
  • Trend Analysis
  • Comparative Analysis
  • Red Flags ที่ต้องระวัง

💡 Key Takeaway

"Failing to plan is planning to fail"

Cash Flow Forecast ไม่ใช่การทำนายอนาคต แต่เป็นการเตรียมตัวรับมือ
ทำหลาย Scenarios เพื่อลดความเสี่ยง
Update สม่ำเสมอเพื่อให้ตรงกับความเป็นจริง