Financial Mindset & Performance Measurement

SESSION 4

📋 ภาพรวม Session 4

🎯 สิ่งที่จะได้เรียนรู้ใน Session นี้

  1. Financial Mindset - แนวคิดพื้นฐานด้านการเงินที่ผู้ประกอบการต้องมี
  2. Time Value of Money - มูลค่าของเงินตามเวลา
  3. Financial Ratios - อัตราส่วนทางการเงิน 15+ ตัว
  4. DuPont Analysis - วิเคราะห์ประสิทธิภาพแบบเจาะลึก
  5. Performance Dashboard - สร้าง Dashboard วัดผล
  6. Benchmarking - เทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรม
SME ที่ติดตาม KPI สม่ำเสมอ
25%
⚠️ ส่วนใหญ่ไม่ทำ
ธุรกิจที่ใช้ Dashboard
40%
📊 กำลังเพิ่มขึ้น
ROE เฉลี่ยธุรกิจขนส่ง
12-18%
💰 ต่อปี
Asset Turnover ธุรกิจขนส่ง
1.2-1.5
📈 เท่า

🧠 Financial Mindset: แนวคิดพื้นฐานด้านการเงิน

💡 4 แนวคิดสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องมี

1️⃣ Time Value of Money (TVM) - มูลค่าของเงินตามเวลา

หลักการ: เงิน 100 บาทวันนี้ ≠ เงิน 100 บาทปีหน้า

เพราะ:

  • Opportunity Cost - เงิน 100 บาทวันนี้สามารถนำไปลงทุนได้ผลตอบแทน
  • Inflation - เงิน 100 บาทปีหน้าซื้อของได้น้อยกว่า
  • Risk - ไม่แน่ใจว่าจะได้เงิน 100 บาทปีหน้าจริงไหม
Future Value (FV): FV = PV × (1 + r)^n Present Value (PV): PV = FV / (1 + r)^n Where: PV = มูลค่าปัจจุบัน FV = มูลค่าในอนาคต r = อัตราผลตอบแทน/ปี n = จำนวนปี

ตัวอย่าง:

คุณมีเงิน 1,000,000 บาท มีทางเลือก 2 ทาง:

  • ทางเลือก A: ฝากธนาคาร ดอกเบี้ย 3%/ปี → ได้ 1,030,000 บาทในปีหน้า
  • ทางเลือก B: ลงทุนซื้อรถใหม่ คาดว่าจะได้กำไรเพิ่ม 150,000 บาท/ปี

ควรเลือกทางไหน?

Opportunity Cost = 150,000 - 30,000 = 120,000 บาท ROI = 150,000 / 1,000,000 = 15% → ทางเลือก B ดีกว่า (15% > 3%)

2️⃣ Risk & Return Trade-off - ความเสี่ยงกับผลตอบแทน

หลักการ: ยิ่งเสี่ยงมาก ผลตอบแทนที่คาดหวังต้องมากด้วย

ตัวอย่างในธุรกิจขนส่ง:

การลงทุน ความเสี่ยง ผลตอบแทนคาดหวัง
ซื้อรถใหม่ + มีสัญญาระยะยาว 3 ปี ต่ำ 10-12%
ซื้อรถใหม่ + รับงาน Spot (ไม่มีสัญญา) ปานกลาง 15-20%
ขยายสาขาใหม่ในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย สูง 25-35%

⚠️ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • High Risk, Low Return - เสี่ยงสูงแต่ได้ผลตอบแทนต่ำ → อย่าทำ!
  • ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป - คิดว่าไม่มีความเสี่ยง แต่จริงๆ มีเยอะ
  • ไม่มี Contingency Plan - ไม่มีแผน B เมื่อเกิดปัญหา

3️⃣ Opportunity Cost - ต้นทุนค่าเสียโอกาส

หลักการ: ต้นทุนที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เงินที่จ่ายออกไป แต่รวมถึงผลประโยชน์ที่เสียไปจากการไม่เลือกทางเลือกอื่น

ตัวอย่างจริง:

สถานการณ์: ควรซ่อมเองหรือจ้างช่างภายนอก?

ทางเลือก A: ซ่อมรถเอง

  • ใช้เวลา: 4 ชั่วโมง
  • ค่าอะไหล่: 2,000 บาท
  • ต้นทุนที่เห็น: 2,000 บาท

ทางเลือก B: จ้างช่าง

  • ใช้เวลา: 30 นาที (นำรถไป-รับรถ)
  • ค่าแรง + อะไหล่: 3,500 บาท
  • ต้นทุนที่เห็น: 3,500 บาท

วิเคราะห์ Opportunity Cost:

ถ้าคุณไม่ซ่อมเอง คุณสามารถใช้เวลา 4 ชั่วโมงนั้นทำอะไร?

  • รับงานเพิ่ม → รายได้ 5,000 บาท
  • หาลูกค้าใหม่ → มูลค่าระยะยาว
  • พัฒนาธุรกิจ → ROI ในอนาคต
ต้นทุนที่แท้จริงของทางเลือก A: = ค่าอะไหล่ + Opportunity Cost = 2,000 + 5,000 = 7,000 บาท ต้นทุนของทางเลือก B: = 3,500 บาท → ทางเลือก B ถูกกว่า!

กฎทอง: มองต้นทุนแบบรวม (Total Cost) ไม่ใช่แค่ Out-of-Pocket Cost

4️⃣ Break-even Thinking - คิดแบบจุดคุ้มทุน

หลักการ: คำนวณจุดคุ้มทุนก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

Break-even Point (Units): BEP = Fixed Costs / (Price - Variable Cost per Unit) Break-even Point (Revenue): BEP = Fixed Costs / (1 - Variable Cost Ratio)

ตัวอย่าง: ซื้อรถใหม่

  • ราคารถ: 3,000,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายคงที่/เดือน: 50,000 บาท (ผ่อน + ประกัน + ภาษี)
  • ค่าใช้จ่ายผันแปร/กม.: 4 บาท (น้ำมัน + ยาง)
  • รายได้เฉลี่ย/กม.: 12 บาท
BEP (กม./เดือน) = 50,000 / (12 - 4) = 50,000 / 8 = 6,250 กม./เดือน = ~208 กม./วัน คำถาม: รถวิ่งได้มากกว่า 6,250 กม./เดือน ไหม? - ถ้าได้ → คุ้มทุน, ควรซื้อ - ถ้าไม่ได้ → ขาดทุน, อย่าซื้อหรือหาทางเพิ่มการใช้งาน

ข้อควรระวัง:

  • Break-even ไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นจุดต่ำสุดที่ยอมรับได้
  • ต้องการ Safety Margin อย่างน้อย 20-30% เหนือจุดคุ้มทุน
  • คำนวณทั้ง Optimistic, Realistic และ Pessimistic Scenario

📊 Financial Ratios: อัตราส่วนทางการเงิน

🎯 4 กลุ่มอัตราส่วนหลัก

📋 ภาพรวมอัตราส่วนทางการเงิน

  1. Liquidity Ratios (สภาพคล่อง) - วัดความสามารถชำระหนี้ระยะสั้น
  2. Profitability Ratios (ความสามารถทำกำไร) - วัดประสิทธิภาพการทำกำไร
  3. Efficiency Ratios (ประสิทธิภาพ) - วัดการใช้ทรัพยากร
  4. Leverage Ratios (การใช้หนี้) - วัดโครงสร้างเงินทุน

💧 1. Liquidity Ratios - อัตราส่วนสภาพคล่อง

📌 Current Ratio (อัตราส่วนสภาพคล่อง)

Current Ratio = Current Assets / Current Liabilities

ความหมาย: ธุรกิจมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพียงพอชำระหนี้ระยะสั้นหรือไม่

เกณฑ์:

  • < 1.0 = ⚠️ อันตราย - ไม่สามารถชำระหนี้ได้
  • 1.0-1.5 = ⚠️ ต่ำ - ควรระวัง
  • 1.5-2.0 = ✅ ดี - เหมาะสม
  • > 3.0 = 💰 สูง - อาจใช้เงินไม่มีประสิทธิภาพ

ตัวอย่าง: Current Assets = 22M, Current Liabilities = 11M → Current Ratio = 2.0 ✅

📌 Quick Ratio / Acid Test (อัตราส่วนทดสอบสภาพคล่อง)

Quick Ratio = (Current Assets - Inventory) / Current Liabilities = (Cash + AR) / Current Liabilities

ความหมาย: วัดสภาพคล่องที่แท้จริง (ไม่นับสินค้าคงเหลือ)

เกณฑ์:

  • < 0.5 = อันตราย
  • 0.5-1.0 = พอใช้
  • ≥ 1.0 = ดีมาก

หมายเหตุ: สำหรับธุรกิจขนส่ง Inventory มักน้อย → Quick Ratio ≈ Current Ratio

📌 Cash Ratio (อัตราส่วนเงินสด)

Cash Ratio = Cash / Current Liabilities

ความหมาย: วัดความสามารถชำระหนี้ด้วยเงินสดเท่านั้น (เข้มงวดที่สุด)

เกณฑ์: ≥ 0.2 (20%) ถือว่าดี

💰 2. Profitability Ratios - อัตราส่วนความสามารถทำกำไร

📌 Gross Profit Margin (อัตรากำไรขั้นต้น)

GPM = (Revenue - COGS) / Revenue × 100% = Gross Profit / Revenue × 100%

ความหมาย: วัดกำไรหลังหักต้นทุนขาย

เกณฑ์ธุรกิจขนส่ง:

  • < 15% = ต่ำเกินไป
  • 15-20% = พอใช้
  • 20-25% = ดี ✅
  • > 25% = ดีมาก

📌 Operating Profit Margin (อัตรากำไรจากการดำเนินงาน)

OPM = Operating Profit / Revenue × 100% = (Revenue - COGS - OpEx) / Revenue × 100%

ความหมาย: วัดกำไรจากการดำเนินงานหลัก (ไม่รวมดอกเบี้ย, ภาษี)

เกณฑ์ธุรกิจขนส่ง: 8-12%

📌 Net Profit Margin (อัตรากำไรสุทธิ)

NPM = Net Profit / Revenue × 100%

ความหมาย: วัดกำไรสุทธิหลังหักทุกอย่าง

เกณฑ์ธุรกิจขนส่ง:

  • < 3% = ต่ำมาก
  • 3-5% = พอใช้
  • 5-8% = ดี ✅
  • > 8% = ดีมาก

📌 ROA (Return on Assets)

ROA = Net Profit / Total Assets × 100%

ความหมาย: วัดประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์

เกณฑ์: 8-12% (ธุรกิจขนส่ง)

📌 ROE (Return on Equity)

ROE = Net Profit / Equity × 100%

ความหมาย: วัดผลตอบแทนให้เจ้าของ

เกณฑ์:

  • < 10% = ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
  • 10-15% = ปานกลาง
  • 15-20% = ดี ✅
  • > 20% = ดีมาก

⚡ 3. Efficiency Ratios - อัตราส่วนประสิทธิภาพ

📌 Asset Turnover Ratio

Asset Turnover = Revenue / Total Assets

ความหมาย: สินทรัพย์ 1 บาท สร้างรายได้ได้กี่บาท

เกณฑ์ธุรกิจขนส่ง: 1.2-1.5 เท่า

ตัวอย่าง: Revenue 100M, Assets 70M → Asset Turnover = 1.43 ✅

📌 Receivables Turnover

Receivables Turnover = Revenue / Average Accounts Receivable Days Sales Outstanding (DSO) = 365 / Receivables Turnover

ความหมาย: เก็บเงินจากลูกหนี้ได้เร็วแค่ไหน

เกณฑ์:

  • DSO < 45 วัน = ดีมาก ✅
  • DSO 45-60 วัน = ปกติ
  • DSO 60-90 วัน = ช้า
  • DSO > 90 วัน = ช้ามาก ⚠️

📌 Fixed Asset Turnover

Fixed Asset Turnover = Revenue / Fixed Assets

ความหมาย: รถ+อุปกรณ์ทุก 1 บาท สร้างรายได้ได้กี่บาท

เกณฑ์ธุรกิจขนส่ง: 1.5-2.5 เท่า

📊 4. Leverage Ratios - อัตราส่วนการใช้หนี้

📌 Debt-to-Equity Ratio (D/E)

D/E Ratio = Total Debt / Total Equity

ความหมาย: เงินกู้เทียบกับเงินทุน

เกณฑ์ธุรกิจขนส่ง:

  • < 1.0 = ต่ำ (ปลอดภัย แต่อาจไม่ใช้ประโยชน์จาก Leverage)
  • 1.0-2.0 = ดี ✅
  • 2.0-3.0 = สูง (ควรระวัง)
  • > 3.0 = สูงเกินไป ⚠️

📌 Debt Ratio

Debt Ratio = Total Debt / Total Assets

ความหมาย: สัดส่วนหนี้ต่อสินทรัพย์

เกณฑ์:

  • < 40% = ปลอดภัย
  • 40-60% = ปานกลาง ✅
  • > 60% = สูง

📌 Interest Coverage Ratio

Interest Coverage = EBIT / Interest Expense

ความหมาย: กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีครอบคลุมดอกเบี้ยกี่เท่า

เกณฑ์:

  • < 1.5 = อันตราย ⚠️
  • 1.5-2.5 = พอใช้
  • 2.5-4.0 = ดี ✅
  • > 4.0 = ดีมาก

🧮 เครื่องคำนวณ: Financial Ratios Analyzer

💡 วิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินของธุรกิจ

ใส่ข้อมูลจากงบการเงินเพื่อคำนวณอัตราส่วนทางการเงินทั้งหมด

📊 งบดุล (Balance Sheet)

📈 งบกำไรขาดทุน (Income Statement)

🔬 DuPont Analysis: วิเคราะห์แบบเจาะลึก

📌 DuPont Analysis คืออะไร?

DuPont Analysis เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่แยก ROE ออกเป็น 3 ส่วน เพื่อหาว่าอะไรเป็นตัวขับเคลื่อนผลตอบแทนให้เจ้าของ

🔢 สูตร DuPont (3-Step)

ROE = Net Profit Margin × Asset Turnover × Equity Multiplier ROE = (Net Profit / Revenue) × (Revenue / Assets) × (Assets / Equity)

3 องค์ประกอบ:

  1. Net Profit Margin (NPM) = กำไรสุทธิ / รายได้
    • วัด: ประสิทธิภาพการทำกำไร
    • หมายถึง: ขายได้ 1 บาท เหลือกำไรสุทธิกี่บาท
  2. Asset Turnover = รายได้ / สินทรัพย์รวม
    • วัด: ประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์
    • หมายถึง: สินทรัพย์ 1 บาท สร้างรายได้ได้กี่บาท
  3. Equity Multiplier = สินทรัพย์รวม / ทุน
    • วัด: Financial Leverage
    • หมายถึง: ใช้เงินกู้เท่าไหร่เทียบกับทุน

📖 ตัวอย่างการใช้ DuPont Analysis

เปรียบเทียบ 2 บริษัท: A vs B

Metric บริษัท A บริษัท B
ROE 18% 18%
DuPont Breakdown:
1. Net Profit Margin 6% 9%
2. Asset Turnover 1.5× 1.0×
3. Equity Multiplier 2.0× 2.0×
Verify: 6% × 1.5 × 2.0 = 18% 9% × 1.0 × 2.0 = 18%

บริษัท A - กลยุทธ์: ขายเร็ว กำไรบาง

  • NPM ต่ำ (6%) → ขายถูก, ตัดราคาแข่ง
  • Asset Turnover สูง (1.5×) → ใช้สินทรัพย์หมุนเร็ว
  • เน้น Volume
  • ตัวอย่าง: ขนส่งสินค้าทั่วไป ราคาถูก

บริษัท B - กลยุทธ์: กำไรหนา ขายช้า

  • NPM สูง (9%) → ขายแพง, บริการพิเศษ
  • Asset Turnover ต่ำ (1.0×) → ใช้สินทรัพย์ช้ากว่า
  • เน้น Premium
  • ตัวอย่าง: ขนส่งสินค้าพิเศษ (เคมี, อันตราย)

💡 Insight จาก DuPont

แม้ ROE เท่ากัน แต่กลยุทธ์ต่างกันมาก!

  • บริษัท A: ถ้าต้องการเพิ่ม ROE → เพิ่ม NPM (ลดต้นทุน, ขึ้นราคา)
  • บริษัท B: ถ้าต้องการเพิ่ม ROE → เพิ่ม Asset Turnover (ใช้รถให้คุ้มค่ากว่านี้)

🎯 วิธีใช้ DuPont ปรับปรุงธุรกิจ

📈 เพิ่ม NPM

  • ลดต้นทุนขาย
  • ลดค่าใช้จ่าย
  • ขึ้นราคา (ถ้าทำได้)
  • ปรับ Product Mix

⚡ เพิ่ม Asset Turnover

  • เพิ่ม Utilization Rate
  • ขายสินทรัพย์ไม่ใช้
  • Outsource บางอย่าง
  • ใช้ Leasing แทน Buying

💰 ปรับ Equity Multiplier

  • เพิ่ม Debt (ระวัง Risk)
  • ลด Equity (Buyback)
  • Optimize D/E Ratio
  • ใช้ Tax Shield

📊 Performance Dashboard

🎯 สร้าง Financial Dashboard ของคุณเอง

💡 Dashboard ที่ดีควรมี:

  1. KPI หลัก 6-8 ตัว - ครอบคลุมทุกมิติ
  2. อัปเดตเป็นประจำ - รายเดือนหรือรายไตรมาส
  3. Visual ที่เข้าใจง่าย - Charts, Gauges, Traffic Lights
  4. Target ที่ชัดเจน - เทียบกับเป้าหมาย
  5. Trend Analysis - เปรียบเทียบ YoY, MoM

📋 ตัวอย่าง Dashboard สำหรับธุรกิจขนส่ง

🚛 Transportation SME Dashboard - Q4 2024

รายได้ (M)
28.5
▲ 12% vs Q3
กำไรสุทธิ (M)
2.1
▲ 8% vs Q3
Net Margin (%)
7.4%
✅ Target: 7%
ROE (%)
18.2%
✅ Target: 15%
Current Ratio
1.85
✅ Healthy
DSO (วัน)
58
⚠️ Target: 45
D/E Ratio
1.65
✅ Target: <2.0
Utilization (%)
82%
✅ Target: 75%

⚠️ พื้นที่ที่ต้องปรับปรุง

  • DSO สูงเกินไป (58 วัน)
    • Action: เสนอ Early Payment Discount 2%
    • Target: ลด DSO เหลือ 45 วันใน Q1 2025

✅ จุดแข็ง

  • Utilization Rate สูง (82%) - รถวิ่งงานเต็มที่
  • ROE เหนือเป้า (18.2%) - ผลตอบแทนดีกว่าที่คาดหวัง
  • Current Ratio ดี (1.85) - สภาพคล่องแข็งแกร่ง

🛠️ Tools สำหรับสร้าง Dashboard

💻 Software / Apps

  • Excel / Google Sheets
    • ฟรี, ใช้งานง่าย
    • เหมาะสำหรับ SME เริ่มต้น
  • Power BI
    • Microsoft, มี Free Version
    • Visual สวย, Interactive
  • Tableau
    • Professional, แพงหน่อย
    • เหมาะกับองค์กรใหญ่
  • Google Data Studio
    • ฟรี, ใช้งานง่าย
    • Integrate กับ Google Sheets

📱 Accounting Software

  • QuickBooks
    • มี Built-in Dashboard
    • ~1,200 บาท/เดือน
  • Xero
    • Cloud-based
    • ~900 บาท/เดือน
  • Flowaccount (ไทย)
    • ภาษาไทย, ฟรี-599 บาท/เดือน
    • เหมาะกับ SME ไทย
  • SmartB (ไทย)
    • ERP สำหรับ SME
    • ~2,000 บาท/เดือน

📊 Benchmarking: เทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรม

🎯 ทำไมต้อง Benchmark?

การเทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรมช่วยให้รู้ว่าเราอยู่ตรงไหน ดีหรือแย่กว่าคู่แข่ง และควรปรับปรุงอะไร

📊 Benchmark ธุรกิจขนส่งในไทย

Ratio Excellent Good Average Below Average
Net Profit Margin > 8% 5-8% 3-5% < 3%
ROE > 20% 15-20% 10-15% < 10%
ROA > 12% 8-12% 5-8% < 5%
Current Ratio 2.0-2.5 1.5-2.0 1.0-1.5 < 1.0
D/E Ratio 1.0-1.5 1.5-2.0 2.0-2.5 > 2.5
Asset Turnover > 1.5 1.2-1.5 1.0-1.2 < 1.0
DSO (วัน) < 45 45-60 60-90 > 90
Utilization Rate > 85% 75-85% 65-75% < 65%

📈 แหล่งข้อมูล Benchmark

🏛️ แหล่งข้อมูลภาครัฐ

  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
    • งบการเงินบริษัทจดทะเบียน
    • Industry Average Ratios
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT)
    • Industry Financial Metrics
  • สภาอุตสาหกรรม (FTI)
    • Industry Reports

🏢 แหล่งข้อมูลเอกชน

  • สมาคมธุรกิจขนส่ง
    • Industry Benchmarks
  • Consulting Firms
    • PwC, Deloitte Reports
  • Trade Publications
    • วารสารธุรกิจขนส่ง

✅ สิ่งที่ต้องทำหลังจาก Session 4

🎯 การบ้าน (ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง)

  1. คำนวณ Financial Ratios ของบริษัท
    • ใช้เครื่องคำนวณด้านบนกับข้อมูลจริง
    • คำนวณอัตราส่วนทั้ง 4 กลุ่ม
    • บันทึกผลลง Excel
  2. ทำ DuPont Analysis
    • แยก ROE ออกเป็น 3 ส่วน
    • หาว่าส่วนไหนแข็งแกร่ง ส่วนไหนอ่อน
    • วางแผนปรับปรุง
  3. Benchmark กับอุตสาหกรรม
    • เทียบอัตราส่วนกับตารางด้านบน
    • Identify Gap
    • ตั้งเป้าหมายปรับปรุง
  4. สร้าง Dashboard แรก
    • เลือก 6-8 KPI ที่สำคัญที่สุด
    • ทำใน Excel หรือ Google Sheets
    • อัปเดตทุกเดือน
  5. ฝึกคิดแบบ Financial Mindset
    • ทุกการตัดสินใจ → คิด TVM, Risk/Return, Opportunity Cost
    • คำนวณ Break-even ก่อนลงทุน
    • มอง Total Cost ไม่ใช่แค่ Out-of-Pocket

📚 แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

  • หนังสือ: "Financial Intelligence" by Karen Berman & Joe Knight
  • หนังสือ: "The Interpretation of Financial Statements" by Benjamin Graham
  • Course: "Financial Analysis for Decision Making" - Coursera
  • Tool: Microsoft Power BI - ฟรีสำหรับ Desktop Version

📝 สรุป Session 4

🎯 สิ่งที่เรียนรู้

  • 4 แนวคิดพื้นฐาน (TVM, Risk/Return, Opportunity Cost, Break-even)
  • Financial Ratios 15+ ตัว (4 กลุ่ม)
  • DuPont Analysis - แยกROE
  • Performance Dashboard
  • Benchmarking กับอุตสาหกรรม
  • Tools และ Software

🔜 Session ถัดไป

Session 5: Cash Flow Budget & Forecasting

  • สร้าง Cash Flow Budget แบบ Rolling
  • ตัวอย่าง: Online Sales Model
  • ตัวอย่าง: Offline B2B Model
  • Sensitivity Analysis
  • Scenario Planning

💡 Key Takeaway

"What gets measured, gets managed"

การวัดผลที่ดี = การบริหารที่ดี
ใช้ Financial Ratios + Dashboard ติดตามธุรกิจอย่างเป็นระบบ
Benchmark กับคู่แข่งเพื่อหาช่องว่างและปรับปรุง