Financing Activities - Capital Structure & Fundraising

SESSION 3

📋 ภาพรวม Session 3

🎯 สิ่งที่จะได้เรียนรู้ใน Session นี้

  1. Financing Activities - แหล่งเงินทุนต่างๆ และวิธีเลือก
  2. Debt vs. Equity Financing - ข้อดี-ข้อเสีย และเมื่อไหร่ควรใช้อะไร
  3. Cost of Capital - คำนวณต้นทุนเงินทุนจริงๆ
  4. Capital Structure Optimization - โครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสม
  5. Financing for Startups vs. SMEs - แนวทางที่แตกต่างกัน
  6. Case Studies - การระดมทุนจริงจากธุรกิจขนส่ง
ธุรกิจขนส่ง SME ที่ใช้เงินกู้
75%
📊 ส่วนใหญ่พึ่งเงินกู้
Debt-to-Equity Ratio เฉลี่ย
2.5:1
⚠️ สูงกว่าอุตสาหกรรมอื่น
ดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ย SME
7-12%
💰 ต่อปี
เวลาเฉลี่ยในการอนุมัติสินเชื่อ
2-4 สัปดาห์
⏱️ ธนาคารพาณิชย์

💰 Financing Activities: การจัดหาเงินทุน

📌 นิยามและความสำคัญ

Financing Activities (กิจกรรมจัดหาเงินทุน) คือกระบวนการหาเงินมาสนับสนุนการดำเนินงานและการเติบโตของธุรกิจ ผ่านแหล่งเงินทุนต่างๆ ทั้งจากเจ้าของและจากภายนอก

🎯 คำถามสำคัญ 3 ข้อในการจัดหาเงินทุน

  1. ต้องการเงินเท่าไหร่? (How much?)
    • คำนวณจากแผนธุรกิจและ Cash Flow Forecast
    • รวมถึง Buffer 20-30% สำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด
  2. เอาไปใช้ทำอะไร? (What for?)
    • Working Capital (เงินทุนหมุนเวียน)
    • Capital Expenditure (ลงทุนในสินทรัพย์)
    • Expansion (ขยายธุรกิจ)
  3. จัดหาจากแหล่งไหน? (Where from?)
    • Debt (เงินกู้)
    • Equity (เงินทุนจากเจ้าของ/หุ้นส่วน)
    • Hybrid (ผสม)

🔍 แหล่งเงินทุนสำหรับธุรกิจขนส่ง

แหล่งเงินทุน รายละเอียด ต้นทุน (%) เหมาะกับ
💰 DEBT FINANCING (เงินกู้)
1. สินเชื่อธุรกิจ SME เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ สำหรับ SME 7-10% Working Capital, ขยายธุรกิจ
2. สินเชื่อเช่าซื้อรถ Hire Purchase สำหรับรถหัวลาก-หางพ่วง 5-8% ซื้อรถใหม่
3. สินเชื่อ Fleet Card เครดิตสำหรับซื้อน้ำมัน 12-15% ซื้อเชื้อเพลิง (ระยะสั้น)
4. Factoring ขายลูกหนี้ให้บริษัทแฟคตอริ่ง 10-15% แก้ปัญหา Cash Flow
5. Trade Credit เครดิตจากซัพพลายเออร์ 0-2% ซื้อชิ้นส่วน, ยางรถ
6. BOI/SME Bank สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากรัฐ 3-6% โครงการพิเศษ
💼 EQUITY FINANCING (เงินทุนจากเจ้าของ)
7. Owner's Capital เงินทุนจากเจ้าของเอง 15-25%* ทุกจุดประสงค์
8. Family & Friends เงินจากครอบครัว/เพื่อน 10-20%* Startup, ขยายธุรกิจ
9. Angel Investors นักลงทุนรายบุคคล 20-30%* Startup ที่มีศักยภาพสูง
10. Private Equity กองทุน PE ลงทุนใน SME 25-35%* SME ที่พร้อม Scale
🔄 HYBRID FINANCING
11. Convertible Loan เงินกู้ที่แปลงเป็นหุ้นได้ 8-12% Startup ที่กำลังเติบโต
12. Leasing เช่าระยะยาว (Operating/Financial) 6-10% รถ, อุปกรณ์

* ต้นทุนของ Equity = Expected Return ที่นักลงทุนต้องการ (ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย)

⚖️ Debt vs. Equity: เลือกอย่างไรให้เหมาะสม

📊 เปรียบเทียบ Debt และ Equity

💳 DEBT (เงินกู้)
💼 EQUITY (ทุนจากเจ้าของ)
นิยาม
กู้เงินมาใช้ ต้องคืนพร้อมดอกเบี้ย
นิยาม
เงินจากเจ้าของ/นักลงทุน ไม่ต้องคืน
ต้นทุน
ดอกเบี้ย 5-15% (ธุรกิจขนส่ง)
ต้นทุน
Expected Return 15-35%
ภาระผูกพัน
ต้องจ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน
ภาระผูกพัน
ไม่มีภาระต้องจ่าย
ควบคุมธุรกิจ
เจ้าของยังควบคุม 100%
ควบคุมธุรกิจ
เจ้าของสูญเสียส่วนแบ่ง
ข้อดีด้านภาษี
ดอกเบี้ยหักลดหย่อนภาษีได้
ข้อดีด้านภาษี
ไม่มี (เงินปันผลไม่ได้ลดหย่อน)
ความเสี่ยง
ถ้าขาดทุนก็ต้องจ่าย → ล้มละลายได้
ความเสี่ยง
ถ้าขาดทุนไม่ต้องจ่าย → ปลอดภัยกว่า
เหมาะกับ
• มีรายได้มั่นคง
• ลงทุนใน Asset ที่มีหลักประกัน
เหมาะกับ
• Startup ที่ยังไม่มีรายได้
• ต้องการ flexibility

✅ เมื่อไหร่ควรใช้ Debt?

💳 สถานการณ์ที่ Debt เป็นทางเลือกที่ดี

  1. มี Cash Flow ที่มั่นคงและคาดการณ์ได้
    • มีลูกค้าประจำ สัญญาระยะยาว
    • สามารถจ่ายดอกเบี้ยได้อย่างสม่ำเสมอ
  2. ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีหลักประกัน
    • ซื้อรถหัวลาก-หางพ่วง → ใช้รถเป็นหลักประกัน
    • ดอกเบี้ยต่ำกว่าเพราะมี Collateral
  3. ต้องการรักษาการควบคุมธุรกิจ 100%
    • ไม่ต้องการแบ่งหุ้นให้นักลงทุน
    • ยังตัดสินใจได้เอง
  4. ได้ประโยชน์จาก Tax Shield
    • ดอกเบี้ยจ่ายหักลดหย่อนภาษีได้
    • ลดภาษีนิติบุคคล 20%
  5. ROI > Cost of Debt
    • ถ้าลงทุนแล้วได้ผลตอบแทน 15% แต่กู้ดอกเบี้ยแค่ 8%
    • ส่วนต่าง 7% เป็นกำไรของเจ้าของ (Financial Leverage)

✅ เมื่อไหร่ควรใช้ Equity?

💼 สถานการณ์ที่ Equity เป็นทางเลือกที่ดี

  1. Startup ที่ยังไม่มีรายได้
    • ธนาคารไม่ให้กู้เพราะไม่มี Track Record
    • ต้องพึ่งเงินทุนจากเจ้าของ/นักลงทุน
  2. Cash Flow ไม่มั่นคง ผันผวนมาก
    • ไม่สามารถรับประกันว่าจะจ่ายดอกเบี้ยได้ทุกเดือน
    • Equity ไม่มีภาระบังคับต้องจ่าย
  3. ต้องการ Know-how และ Network
    • นักลงทุนมากับความรู้ ประสบการณ์ เครือข่าย
    • ช่วยพัฒนาธุรกิจได้มากกว่าแค่เงิน
  4. Debt-to-Equity Ratio สูงเกินไปแล้ว
    • ถ้ากู้เพิ่มจะเสี่ยงเกินไป
    • ควรหาเงินทุนจาก Equity เพื่อ Balance
  5. ลงทุนในโครงการเสี่ยงสูง
    • R&D, ขยายตลาดใหม่, เทคโนโลยีใหม่
    • ถ้าล้มเหลวไม่ต้องคืนเงิน

⚠️ ข้อควรระวัง: Financial Leverage

🎢 Financial Leverage: มีดสองคม

Financial Leverage คือการใช้เงินกู้เพื่อขยายธุรกิจและเพิ่มผลตอบแทนให้เจ้าของ

ROE (Return on Equity) = ROA × (1 + Debt/Equity)

ตัวอย่าง:

สถานการณ์ Assets Debt Equity ROA Interest ROE
No Leverage 100M 0M 100M 10% 0% 10%
Moderate Leverage 100M 50M 50M 10% 8% 12%
High Leverage 100M 80M 20M 10% 8% 18%
⚠️ Bad Year 100M 80M 20M -5% 8% -57%

ข้อสังเกต:

  • ปีดี: Leverage สูง → ROE สูง (18% vs 10%)
  • ⚠️ ปีแย่: Leverage สูง → ROE แย่มาก (-57%!)
  • 💡 กฎทอง: Debt-to-Equity < 2.0 สำหรับธุรกิจขนส่ง

🧮 เครื่องคำนวณ: WACC (Weighted Average Cost of Capital)

💡 คำนวณต้นทุนเงินทุนถ่วงน้ำหนักเฉลี่ย

WACC คือต้นทุนเฉลี่ยของเงินทุนทั้งหมด (Debt + Equity) ใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจลงทุน

💳 Debt (เงินกู้)

💼 Equity (ทุนจากเจ้าของ)

🏛️ ภาษี

สูตร WACC:
WACC = (E/V × Re) + (D/V × Rd × (1 - Tc))

E = มูลค่า Equity
D = มูลค่า Debt
V = E + D (มูลค่าทั้งหมด)
Re = Cost of Equity (Required Return)
Rd = Cost of Debt (ดอกเบี้ย)
Tc = อัตราภาษีนิติบุคคล

🚀 Financing for Startups: ธุรกิจขนส่งเริ่มต้น

📈 Startup Lifecycle & Funding Stages

💡 Stage 1: Seed Stage (0-2 ปีแรก)

สถานการณ์: เพิ่งเริ่มธุรกิจ มีรถ 3-5 คัน รายได้ยังไม่มั่นคง

แหล่งเงินทุนที่เหมาะสม:

  • 💰 เงินตัวเอง (Bootstrapping) - 100% แนะนำให้มี 1-2M
  • 👨‍👩‍👧‍👦 Family & Friends - กู้จากครอบครัว 500k-2M (ดอกเบี้ย 3-5%)
  • 💳 Personal Loan/Credit Card - ฉุกเฉิน (ดอกเบี้ยสูง 15-18%)

ปัญหาที่พบบ่อย:

  • ⚠️ ธนาคารไม่ให้กู้เพราะไม่มี Track Record
  • ⚠️ ต้องใช้ทรัพย์สินส่วนตัวค้ำประกัน

เป้าหมาย: อยู่รอดให้ได้ 1 ปี, สร้าง Track Record, มีลูกค้าประจำ

🌱 Stage 2: Early Growth (ปีที่ 2-5)

สถานการณ์: รายได้ 20-50M/ปี มีรถ 10-20 คัน ลูกค้าประจำเริ่มมี

แหล่งเงินทุนที่เหมาะสม:

  • 🏦 สินเชื่อ SME - 5-10M (ดอกเบี้ย 7-10%)
  • 🚛 Hire Purchase (HP) - ซื้อรถใหม่ 3-5 คัน
  • 💼 Angel Investor (ถ้ามี) - 2-5M แลกหุ้น 10-20%
  • 📊 Factoring - ขายลูกหนี้แก้ปัญหา Cash Flow

กลยุทธ์:

  • ✅ สร้างความสัมพันธ์กับธนาคาร
  • ✅ ทำบัญชีให้ถูกต้อง เพื่อขอสินเชื่อ
  • ✅ ขยายแบบค่อยเป็นค่อยไป

🌳 Stage 3: Expansion (ปีที่ 5+)

สถานการณ์: รายได้ 50-100M+ มีรถ 30-50 คัน ธุรกิจมั่นคง

แหล่งเงินทุนที่เหมาะสม:

  • 🏦 สินเชื่อธุรกิจ - 20-50M (ดอกเบี้ย 6-8%)
  • 💼 Private Equity - 30-100M แลกหุ้น 20-40%
  • 📈 IPO (ถ้าใหญ่มาก) - ระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์
  • 🏢 Corporate Bond - ออกหุ้นกู้

กลยุทธ์:

  • ✅ Optimize Capital Structure (Debt-to-Equity 1.5-2.0)
  • ✅ พิจารณา M&A (ซื้อกิจการเล็กๆ)
  • ✅ Diversify revenue streams

📖 Case Study: Startup ขนส่งที่ประสบความสำเร็จ

🚛 บริษัท โมเดิร์นโลจิสติกส์ จำกัด

ผู้ก่อตั้ง: คุณสมชาย อดีตพนักงานขับรถบริษัทใหญ่

ปี 2015: เริ่มต้น (Seed Stage)

เงินทุน:

  • เงินออมตัวเอง: 1M
  • กู้ครอบครัว: 500k (ดอกเบี้ย 3%)
  • รวม: 1.5M

ธุรกิจ:

  • ซื้อรถมือสอง 2 คัน (600k/คัน)
  • ทำงานเองกับลูกน้อง 1 คน
  • รายได้: 2M/ปี

ปี 2017: ขยายตัว (Early Growth)

เงินทุน:

  • สินเชื่อ SME ธนาคาร: 3M (ดอกเบี้ย 9%)
  • HP ซื้อรถใหม่ 2 คัน: 4M (ดอกเบี้ย 7%)

ธุรกิจ:

  • มีรถ 5 คัน
  • พนักงาน 7 คน
  • รายได้: 12M/ปี
  • กำไร: 800k/ปี

ปี 2020: จุดเปลี่ยน

ความท้าทาย:

  • COVID-19 → ธุรกิจหยุดชะงัก
  • Cash Flow ติดขัด
  • เกือบล้มละลาย

วิธีแก้:

  • Soft Loan จากรัฐ: 2M (ดอกเบี้ย 2%)
  • Factoring ลูกหนี้: ได้เงินทันที 1.5M
  • ลดค่าใช้จ่าย 30%

ปี 2022: Expansion

เงินทุน:

  • Private Equity ลงทุน: 30M แลกหุ้น 30%
  • นำเงินไปซื้อรถเพิ่ม 20 คัน
  • ติดตั้งระบบ GPS, Fleet Management

ธุรกิจ:

  • มีรถ 35 คัน
  • พนักงาน 45 คน
  • รายได้: 80M/ปี
  • กำไร: 6M/ปี (7.5%)

ปี 2024: ปัจจุบัน

ผลลัพธ์:

  • รายได้: 120M/ปี
  • รถ: 50 คัน
  • พนักงาน: 65 คน
  • กำไร: 10M/ปี (8.3%)
  • มูลค่าบริษัท: ~150M

ส่วนแบ่งของผู้ก่อตั้ง:

  • เหลือ 70% (เพราะขายให้ PE 30%)
  • = 105M (เริ่มต้นด้วย 1.5M!)

🎯 บทเรียนจากความสำเร็จ

  1. เริ่มเล็ก ทดสอบก่อน - ไม่เร่งขยายเร็วเกินไป
  2. สร้าง Track Record - ทำให้ธนาคารเชื่อถือ
  3. ใช้ Debt + Equity ผสมกัน - ไม่พึ่งอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว
  4. Pivot เมื่อจำเป็น - COVID ทำให้ต้องปรับกลยุทธ์
  5. ยอมแบ่งหุ้นเพื่อเติบโต - PE เข้ามา → Scale เร็วขึ้น
  6. Reinvest กำไร - นำกำไรมาขยายธุรกิจต่อ

🏢 Financing for SMEs: ธุรกิจขนส่งที่มีขนาดแล้ว

📊 ความต้องการเงินทุนของ SME ขนส่ง

วัตถุประสงค์ จำนวนเงิน แหล่งเงินทุน ระยะเวลา
Working Capital 5-20M สินเชื่อ WC, Factoring ระยะสั้น (1 ปี)
ซื้อรถใหม่ 3-5M/คัน HP, Leasing 5-7 ปี
ขยายฝูงบิน 30-100M สินเชื่อธุรกิจ + Equity 5-10 ปี
ระบบ IT/GPS 2-5M เงินทุนเอง, สินเชื่อ 3-5 ปี
ซื้อที่ดิน/โกดัง 20-50M สินเชื่อที่อยู่อาศัย 15-20 ปี

🏦 วิธีขอสินเชื่อจากธนาคาร (Step-by-Step)

📋 ขั้นตอนการขอสินเชื่อ SME

  1. เตรียมเอกสาร (Document Preparation)
    • ✅ งบการเงิน 3 ปีย้อนหลัง (ตรวจสอบโดย CPA)
    • ✅ Tax Return (ภงด.50, ภงด.51)
    • ✅ Business Plan & Cash Flow Forecast
    • ✅ รายการสินทรัพย์ (รถ, ที่ดิน, อุปกรณ์)
    • ✅ ทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน กรรมการ
    • ✅ หนังสือรับรองบริษัท (อายุ < 6 เดือน)
  2. เลือกธนาคาร (Bank Selection)
    • เปรียบเทียบดอกเบี้ย 3-5 ธนาคาร
    • ดูเงื่อนไข: หลักประกัน, ระยะเวลา, ค่าธรรมเนียม
    • ธนาคารที่เหมาะกับ SME: กรุงไทย, SME D Bank, ธ.ก.ส.
  3. ยื่นคำขอ (Application)
    • กรอกแบบฟอร์มให้ครบถ้วน
    • อธิบาย Business Model ชัดเจน
    • ระบุวัตถุประสงค์การใช้เงินกู้
  4. ธนาคารประเมิน (Bank Assessment)
    • ตรวจสอบเครดิตบูโร (NCB Score)
    • ประเมินมูลค่าหลักประกัน
    • วิเคราะห์ Cash Flow
    • ใช้เวลา 2-4 สัปดาห์
  5. อนุมัติ (Approval)
    • ถ้าอนุมัติ: เซ็นสัญญา ทำประกันภัย
    • ถ้าไม่อนุมัติ: ขอเหตุผล ปรับปรุงแล้วยื่นใหม่
  6. เบิกเงิน (Disbursement)
    • โอนเข้าบัญชีบริษัท
    • เริ่มจ่ายดอกเบี้ย + เงินต้น

💡 Tips ในการเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ

✅ สิ่งที่ธนาคารชอบเห็น

  • 📊 งบการเงินสะอาด - ไม่มีรายการแปลกๆ
  • 💰 Profit Margin ดี - อย่างน้อย 5-8%
  • 📈 รายได้เติบโต - YoY Growth 10-20%
  • 💼 มีลูกค้าใหญ่ประจำ - ลดความเสี่ยง
  • 🏆 ประวัติการชำระหนี้ดี - ไม่มี NPL
  • 🔒 หลักประกันมีมูลค่า - > 150% ของวงเงินกู้
  • 👨‍💼 ผู้บริหารมีประสบการณ์ - > 5 ปี

⚠️ Red Flags ที่ต้องหลีกเลี่ยง

  • 🚫 ขาดทุนต่อเนื่อง - 2-3 ปีซ้อน
  • 🚫 Cash Flow ติดลบ - ไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ย
  • 🚫 Debt-to-Equity สูง - > 3.0
  • 🚫 ค้างชำระเจ้าหนี้ - > 90 วัน
  • 🚫 งบการเงินไม่ตรง - กับ Tax Return
  • 🚫 ไม่มีหลักประกัน - หรือมูลค่าต่ำ
  • 🚫 ติด Blacklist - NCB Score ต่ำ

🧮 เครื่องคำนวณ: เปรียบเทียบสินเชื่อ

💡 เปรียบเทียบต้นทุนจริงของสินเชื่อต่างๆ

เครื่องมือนี้จะช่วยคำนวณต้นทุนจริง (Total Cost) ของสินเชื่อแต่ละประเภท

📊 Loan Option 1

📊 Loan Option 2

⚖️ Capital Structure Optimization

🎯 โครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจขนส่ง

📊 แนะนำ Debt-to-Equity Ratio ตามขนาดธุรกิจ

ขนาดธุรกิจ รายได้/ปี D/E Ratio Debt % Equity % เหตุผล
Startup < 20M 0.5-1.0 33-50% 50-67% Cash Flow ไม่มั่นคง ต้อง Equity สูง
Small SME 20-50M 1.0-1.5 50-60% 40-50% เริ่มมั่นคง ใช้ Debt ได้มากขึ้น
Medium SME 50-100M 1.5-2.0 60-67% 33-40% มี Track Record ดี ประหยัดต้นทุนทุน
Large SME > 100M 2.0-2.5 67-71% 29-33% Cash Flow มั่นคง ใช้ Tax Shield

🔧 วิธีปรับ Capital Structure

📈 ถ้า Debt สูงเกินไป (D/E > 3.0)

ปัญหา: ความเสี่ยงสูง ดอกเบี้ยกดดัน

วิธีแก้:

  1. ใส่เงินทุนเพิ่ม
    • เจ้าของใส่เงินเพิ่ม
    • หาหุ้นส่วนใหม่
  2. Refinance
    • ปรับโครงสร้างหนี้
    • ต่อรองดอกเบี้ยต่ำลง
    • ขยายระยะเวลา
  3. ขายสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็น
    • รถเก่าที่ไม่ได้ใช้
    • ที่ดินที่เหลือ
  4. Debt-to-Equity Swap
    • เจรจากับเจ้าหนี้ให้แปลงหนี้เป็นทุน

📉 ถ้า Equity สูงเกินไป (D/E < 0.5)

ปัญหา: ไม่ใช้ประโยชน์จาก Financial Leverage

วิธีแก้:

  1. เพิ่ม Debt
    • ขอสินเชื่อเพิ่ม
    • ใช้ HP ซื้อรถใหม่
  2. Share Buyback
    • ซื้อหุ้นคืนจากหุ้นส่วน
    • (ถ้ามีหลายคน)
  3. จ่ายเงินปันผล
    • แจกกำไรส่วนหนึ่งให้เจ้าของ
  4. ขยายธุรกิจ
    • ใช้ Equity ลงทุนในโครงการใหม่

⚠️ ข้อควรระวัง: Trade-off ระหว่าง Risk และ Return

ไม่มี Capital Structure ที่ "ดีที่สุด" สำหรับทุกธุรกิจ ต้องพิจารณา:

  • ความเสี่ยงทางธุรกิจ - ธุรกิจเสี่ยงสูง → ควรใช้ Debt น้อย
  • ความมั่นคงของ Cash Flow - CF มั่นคง → ใช้ Debt ได้มากขึ้น
  • อายุธุรกิจ - ยิ่งอายุมากขึ้น ใช้ Debt ได้มากขึ้น
  • สภาวะเศรษฐกิจ - ช่วงดี → เพิ่ม Debt, ช่วงแย่ → ลด Debt
  • Tax Rate - ภาษีสูง → Debt ดีกว่า (Tax Shield)

✅ สิ่งที่ต้องทำหลังจาก Session 3

🎯 การบ้าน (ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง)

  1. คำนวณ WACC ของบริษัทคุณ
    • รวบรวมข้อมูล Debt และ Equity
    • คำนวณด้วยเครื่องคำนวณด้านบน
    • เทียบกับต้นทุนทุนในอุตสาหกรรม (8-12%)
  2. วิเคราะห์ Capital Structure
    • คำนวณ Debt-to-Equity Ratio ปัจจุบัน
    • เทียบกับ Benchmark ตามขนาดธุรกิจ
    • หาวิธีปรับปรุง (ถ้าจำเป็น)
  3. สำรวจแหล่งเงินทุน
    • Survey ดอกเบี้ยสินเชื่อจาก 3-5 ธนาคาร
    • เปรียบเทียบเงื่อนไข
    • เตรียมเอกสารสำหรับขอสินเชื่อ (ถ้าต้องการ)
  4. ทำแผนการเงิน 3 ปี
    • ประมาณการรายได้-ค่าใช้จ่าย
    • วางแผนการลงทุน (CapEx)
    • คำนวณความต้องการเงินทุน
  5. พิจารณาทางเลือกการจัดหาเงินทุน
    • Debt, Equity หรือ Hybrid?
    • เหมาะสมกับสถานการณ์ธุรกิจไหม?
    • ต้นทุนและความเสี่ยงเท่าไหร่?

📚 แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม

  • หนังสือ: "The Art of Startup Fundraising" by Alejandro Cremades
  • หนังสือ: "Venture Deals" by Brad Feld & Jason Mendelson
  • Website: SME Development Bank - www.smebank.co.th
  • Website: BOI (Board of Investment) - www.boi.go.th

📝 สรุป Session 3

🎯 สิ่งที่เรียนรู้

  • แหล่งเงินทุนต่างๆ (12 แหล่ง)
  • Debt vs. Equity - ข้อดีข้อเสีย
  • WACC - ต้นทุนเงินทุนถ่วงน้ำหนัก
  • Financial Leverage - มีดสองคม
  • Financing for Startups (3 Stages)
  • Financing for SMEs
  • วิธีขอสินเชื่อธนาคาร
  • Capital Structure Optimization

🔜 Session ถัดไป

Session 4: Cash Flow Budget

  • สร้าง Cash Flow Budget แบบ Rolling
  • ตัวอย่าง Online Sale
  • ตัวอย่าง Offline B2B
  • เทคนิคการ Forecast
  • Sensitivity Analysis

💡 Key Takeaway

"เลือกแหล่งเงินทุนให้เหมาะกับสถานการณ์ธุรกิจ"

Debt ดีสำหรับธุรกิจที่มี Cash Flow มั่นคง
Equity ดีสำหรับ Startup และโครงการเสี่ยงสูง
ใช้ทั้งสองอย่างผสมกัน (Hybrid) เพื่อ Optimize Cost of Capital