NPV & IRR ในการลงทุนซื้อรถหัวลาก–หางพ่วง

ลองใส่ตัวเลขจริงจากฟลีทรถของคุณ เพื่อดูว่าการซื้อรถชุดใหม่สู้การเอาเงินไปลงทุนทางเลือกอื่นคุ้มค่าหรือไม่

LOGISTICS INVESTMENT PLAYGROUND
TIME VALUE OF MONEY

ภาพรวมตัวเลขการลงทุน

สรุปผล NPV, IRR, Payback และ Discounted Payback จากสมมติฐานปัจจุบัน

กำลังคำนวณ...
NPV (Net Present Value)
-
มูลค่าปัจจุบันสุทธิของโครงการ (บาท)
IRR (Internal Rate of Return)
-
อัตราผลตอบแทนภายในของกระแสเงินสดโครงการ
Payback Period
-
ระยะเวลาคืนทุน (ไม่คิดลด)
Discounted Payback
-
ระยะเวลาคืนทุนเมื่อคิด Time Value of Money
กำลังประเมินความคุ้มค่า...
ระบบจะเปรียบเทียบทั้ง NPV และ IRR เทียบกับ Required Return ที่คุณตั้งไว้
NPV > 0 & IRR ? Required

ตารางกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับ

กำหนดกำไรสุทธิรายปีจากการวิ่งงานรถหัวลาก–หางพ่วง

ในโหมด "กำไรเท่ากันทุกปี" ระบบจะใช้ค่ากำไรสุทธิต่อปีที่กำหนดด้านซ้าย ในโหมด "กรอกกำไรแต่ละปี" คุณสามารถแก้ไขตัวเลขกำไรของแต่ละปีได้เอง

ปี กำไรสุทธิ (บาท)

ตาราง NPV & กระแสเงินสดสะสม

ดูภาพรวมปีต่อปี ทั้งกระแสเงินสด, มูลค่าปัจจุบัน และยอดสะสม

ปี กระแสเงินสด (บาท) Discount Factor Present Value CF สะสม PV สะสม

ตีความ NPV, IRR, Payback ผ่านมุมมองธุรกิจขนส่ง

จากตัวอย่างเดิมของร้านกาแฟ ปรับให้เข้ากับโลกจริงของรถหัวลาก–หางพ่วง

1. Time Value of Money: เงินวันนี้มีค่ามากกว่าเงินในอนาคต

ในธุรกิจขนส่งด้วยรถหัวลาก–หางพ่วง เรามักคิดง่าย ๆ ว่า “ซื้อรถชุดหนึ่งใช้เงิน 5 ล้านบาท กำไรปีละ 600,000 บาท 5 ปี = กำไรรวม 3,000,000 บาท” ฟังดูเหมือนกำไร 60% ของเงินลงทุน แต่ในความเป็นจริง เงิน 600,000 บาทที่ได้รับในปีที่ 5 มีค่าปัจจุบันน้อยกว่าเงิน 600,000 บาทในปีนี้อย่างมาก เพราะมีทั้งดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และโอกาสในการเอาเงินไปลงทุนอย่างอื่น

2. NPV (Net Present Value): มูลค่าปัจจุบันสุทธิของโครงการ

NPV คือการเอากระแสเงินสดในอนาคต (กำไรจากการวิ่งรถแต่ละปี) มาคิดลดย้อนกลับให้เป็น “มูลค่าเทียบเท่าในวันนี้” ด้วยอัตราคิดลด (Discount Rate) ที่สะท้อนต้นทุนเงินทุนและผลตอบแทนทางเลือกอื่นที่บริษัทต้องการได้อย่างน้อยเท่าไรต่อปี

  • ถ้า NPV > 0 หมายถึง มูลค่าปัจจุบันของกำไรจากรถชุดนี้ > เงินลงทุนที่จ่ายไป → โดยหลักการถือว่า “น่าลงทุน”
  • ถ้า NPV < 0 หมายถึง มูลค่าปัจจุบันของกำไรจากโครงการ < เงินลงทุน → พิจารณาว่า “อาจไม่คุ้ม” เมื่อเทียบกับการเอาเงินไปลงที่อื่น

3. IRR (Internal Rate of Return): อัตราผลตอบแทนภายใน

IRR คืออัตราคิดลดที่ทำให้ NPV ของโครงการเท่ากับ 0 พอดี ถ้าเรานำ IRR ไปเปรียบเทียบกับ Required Return ของบริษัท เช่น บริษัทต้องการอย่างน้อย 10% ต่อปี:

  • ถ้า IRR > Required Return → รถชุดนี้ให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่บริษัทต้องการ → มีเหตุผลรองรับการลงทุน
  • ถ้า IRR < Required Return → รถชุดนี้ให้ผลตอบแทนไม่ถึงเป้า → อาจควรพิจารณาแบบลงทุนอย่างอื่นหรือไม่ซื้อรถเพิ่ม

4. Payback & Discounted Payback: คืนทุนเมื่อไร?

Payback Period บอกว่า “ใช้เวลากี่ปี กระแสเงินสดสะสมถึงจะเท่ากับเงินลงทุนเริ่มต้น” ใช้ง่ายและตอบคำถามผู้บริหารที่มักถามว่า “ซื้อรถชุดนี้กี่ปีถึงจะคืนทุน?”

  • Payback (ไม่ discount) ใช้กระแสเงินสดจริงในแต่ละปีมาสะสม ไม่สนใจ Time Value of Money
  • Discounted Payback ใช้กระแสเงินสดที่ถูกคิดลดแล้ว ทำให้มองภาพคืนทุนแบบระมัดระวังมากขึ้น

5. ใช้ Dashboard นี้ในโลกจริงอย่างไรดี?

  • เริ่มจากกรอก “เงินลงทุนต่อ 1 ชุดรถ” แล้วกำหนดอายุการใช้งานที่คาดไว้ เช่น 5–8 ปี
  • ประเมินกำไรสุทธิจากการวิ่งงาน (หลังหักค่าน้ำมัน, ยาง, ซ่อมบำรุง, ค่าแรงคนขับ, ภาษี ฯลฯ)
  • ลองปรับ Discount Rate ให้สะท้อนต้นทุนทางการเงินจริงของบริษัท เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ + ส่วนเพิ่มความเสี่ยง
  • ถ้างานไม่สม่ำเสมอ ให้ใช้โหมด “กรอกกำไรแต่ละปี” เพื่อสะท้อนปีที่งานเยอะ/น้อย
  • ใช้ NPV + IRR + Payback ร่วมกัน ไม่ดูตัวใดตัวหนึ่งอย่างเดียว เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อรถในภาพรวมฟลีท

เมื่อคุณคุ้นกับตัวเลขในหน้าเว็บนี้แล้ว คุณสามารถต่อยอดโดยนำไปผูกกับข้อมูลจริงรายเดือนของบริษัท หรือจำลองหลาย ๆ โครงการ (รถหลายชุด) เพื่อวางแผนเพิ่มฟลีทรถให้สัมพันธ์กับงานขนส่งจริงในอนาคตได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น